รีวิวศัลยกรรมจริงจาก Jiho
รีวิวนี้ผู้เข้ารับบริการเขียนไว้เป็นภาษาอังกฤษ ข้อความที่คุณกำลังอ่านเป็นฉบับแปล ถ้อยคำบางส่วนจึงอาจต่างจากต้นฉบับ อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ
ตอนเด็กๆ เราก็ปกติเหมือนคนอื่นนี่แหละ แต่แล้วเราก็เริ่มเคี้ยวข้างเดียวเวลากินข้าว จนกลายเป็นนิสัย แล้วก็ทำให้หน้าเบี้ยวหนักขึ้นเรื่อยๆ ตอนโตขึ้น
ความเครียดจากหน้าที่ไม่สมมาตรมันเยอะมากจนเราไม่กล้าสบตาใครเวลาคุยกัน
เกลียดการถ่ายรูปด้วย แล้วเราก็มีปัญหาการสบฟันผิดปกติอีก
การจัดฟันอย่างเดียวแก้การสบฟันผิดปกติไม่ได้ หมอเลยแนะนำให้ทำศัลยกรรมขากรรไกร เพื่อแก้การสบฟัน แล้วก็ปรับหน้าเบี้ยวและลดหน้ายาวไปด้วย เพราะฟันและหน้าไม่สมมาตร การสบฟันผิดปกติเลยทำให้มีเสียงดังทุกครั้งที่ขยับขากรรไกร เช่นเวลากินข้าวหรือหาว แล้วมันน่ารำคาญมาก
ที่ปรึกษาใจดีมาก และคุณหมอ Dr,Oh ก็อธิบายอย่างละเอียดตามสภาพของเราจริงๆ โดยดูจากฟิล์ม X-ray และ CT scan ทำให้เราเชื่อใจ
แทนที่จะกังวลก่อนผ่าตัด คืนก่อนผ่าเรากลับตื่นเต้นมากกว่า พยาบาลอธิบายทุกอย่างก่อนผ่าตัดเพื่อไม่ให้เราตกใจ และดูแลเราดีมาก เลยรู้สึกโล่งใจ
วิสัญญีแพทย์เข้ามาคุยด้วยไม่กี่วินาที แล้ว,, เราก็ตื่นขึ้นมา ผ่าตัดเสร็จแล้ว
หลังฟื้นจากยาสลบ เราห้ามนอนเป็นเวลา 4 ชั่วโมง แต่มันง่วงมากกกกก แล้วก็หายใจได้ทางปากอย่างเดียว ซึ่งลำบากมาก พูดไม่ได้ แล้วก็มีเสมหะเยอะมากจนพยาบาลต้องทำงานหนักเลย
เรารู้สึกเกรงใจเขา แต่ก็ขอบคุณที่เขาดูแลเรา แล้วก็ ระหว่างที่พักอยู่ในคลินิก 2 คืน 3 วัน เราแนะนำให้เดินเล่นตามทางเดินนะ การเดินดีต่อการไหลเวียนเลือดและช่วยลดบวม
วันสุดท้าย เราไปรับยาตามใบสั่งแล้วก็กลับบ้าน อย่าลืมกินยานะ!!
ไม่เจ็บเลยนะ แต่ประมาณ 2-3 อาทิตย์ มันทรมานมากเพราะกินสิ่งที่อยากกินไม่ได้ กินได้แค่ซุปกับเครื่องดื่ม น้ำหนักลดไป 8 กิโลกรัม เราพยายามมากเพื่อให้บวมยุบ กินซุปฟักทองซึ่งดีต่อการลดบวม พร้อมน้ำฟักทอง แล้วก็เดินวันละ 3 รอบด้วย!
ทรีตเมนต์ลดบวมที่ทำตอนไปคลินิกครั้งล่าสุดก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน
การนั่งนอนช่วยลดบวมได้ดีมาก แต่เราลองได้แค่ 3 วันก็ยอมแพ้.. แทนที่จะนั่งนอน เอาหมอน 2-3 ใบมาหนุนให้หน้าอยู่สูงกว่าหัวใจดีกว่า บวมจะยุบเร็ว
พอเวลาผ่านไป เราก็กินเค้กนุ่มๆ กับซุปไข่ได้ เรากินอะไรไม่ได้เต็มที่เกือบ 1 เดือน แล้วพอเคี้ยวอาหารได้ในที่สุด เราก็กินทั้งวันเลย
หลังจากผ่านไป 1 เดือนนี้ ใช้ชีวิตประจำวันไม่มีปัญหาแล้ว แล้วก็กินได้เยอะขึ้นเรื่อยๆ
เรากินยาป้องกันการติดเชื้อ 3 อาทิตย์จนถึงวันตัดไหมในปาก แล้วก็เริ่มจัดฟัน 2 เดือนหลังศัลยกรรมขากรรไกร
การจัดฟันก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะ ต้องคล้องยางแล้วก็กินข้าว,,, แต่หลังๆ ก็ชินไปเอง แล้วก็ ต้องฝึกขยับปากหลังผ่าตัดด้วยนะ!
เราออกเสียง อา เอ อี โอ อู ทุกครั้งที่มีโอกาส พอฝึกขยับปาก กล้ามเนื้อกับกระดูกรอบปากจะเข้าที่ได้ราบรื่นขึ้น หลัง 1 เดือนก็ยังบวมอยู่ แต่เป็นบวมเล็กๆ แต่เราเห็นความเปลี่ยนแปลงตอน 2-3 เดือนหลังผ่าตัด
ตอนแรกปากเราเก้ๆ กังๆ มาก จนคิดว่าเป็นผลข้างเคียงอย่างหนึ่งของศัลยกรรมขากรรไกร แต่ตอนนี้ธรรมชาติขึ้นมากแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ~~
ตอนนี้เกือบ 1 ปีหลังผ่าตัด บวมเล็กๆ หายหมดแล้ว แต่ยังมีอาการจี๊ดๆ ที่คางนิดหน่อยเป็นบางครั้ง
คนรอบตัวบอกว่าหน้าเรากลับไปเหมือนตอนเป็นเด็กเลย ^^
เราพอใจกับผลลัพธ์มาก
เราเขียนไดอารี่นี้ทั้งที่เขียนหนังสือไม่เก่ง เพื่อให้กำลังใจคนที่ยังลังเลเรื่องผ่าตัดอยู่
แล้วก็ ใครที่กังวลเรื่องบวม เวลาจะเยียวยาทุกอย่างเอง กว่าจะเห็นผลจริงๆ ของการผ่าตัดต้องใช้เวลา อดทนหน่อยนะ~~
ศัลยกรรมขากรรไกรไม่ใช่ผ่าตัดง่ายๆ และเป็นหนึ่งในผ่าตัดใหญ่ในวงการศัลยกรรม เราเองก็คิดแล้วคิดอีกเป็นพันครั้งก่อนตัดสินใจทำ แต่ตอนนี้ก็มาถึงจุดนี้แล้ว และหวังว่าไดอารี่นี้จะช่วยให้คนอื่นตัดสินใจได้
ขอบคุณ Banobagi ที่ให้โอกาสเรา และขอบคุณคุณหมอกับทีมงานที่ใส่ใจดูแลเรามาก!!
※ เผยแพร่โดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของเรื่องแต่ละราย ภาพอาจดูต่างจากผลลัพธ์จริง หัตถการเดียวกันไม่ได้ให้ผลลัพธ์เหมือนกันกับทุกคน ผลลัพธ์และการพักฟื้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และไม่มีการรับประกันผลลัพธ์ การนำภาพเหล่านี้ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตามกฎหมาย
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เริ่มจากรูปถ่ายสักใบ
ฟรี คุยตัวต่อตัว และยังไม่มีอะไรถูกตัดสินจนกว่าท่านจะได้รับการตรวจแบบพบหน้า
@650fyaow
